• Mon. Aug 15th, 2022

ข่าวสดทันเหตุการณ์ – ข่าววันนี้ ข่าวสดทันเหตุการณ์

อัปเดตข่าวด่วน ติดตามยอดผู้ติดเชื้อ ข่าววันนี้ ข่าวออนไลน์ ข่าวอาชญากรรม ข่าวบันเทิง. รายงานข่าว ข่าวสดทันเหตุการณ์ ข่าวดารา ทันเหตุการณ์ ในประเทศ และต่างประเทศ

นำห่าง 2-0 ยังไม่เฮ! เลสเตอร์ เซ็งบุกโดน พาเลซ ตามเจ๊าช่วงหลัง 2-2

Bywebmaster

Oct 4, 2021

การแข่งขันชิงชัย บอลพรีเมียร์ลีก อังกฤษ คู่ระหว่าง “ดิ อีเกิลส์” คริสตัล พาเลซ พบกับ “หมาจิ้งจอกสีน้ำเงิน” เลสเตอร์ ซิตี้ ที่สนาม เซลเฮิร์สท์ พาร์ค เมื่อวันอาทิตย์ที่ 3 เดือนตุลาคม 2564

เริ่มเกมมาเพียงแค่ 3 นาที เจ้าถิ่นได้ช่องก่อนเลย จอร์แดน อายิว ได้บอลรอบๆหน้าเขตโทษก่อนสับไกด้วยขวาแต่ แคสเปอร์ ชไมเคิ่ล นายด่านกลุ่มเยี่ยมยังไวพุ่งปัดเอาไว้ได้

นาทีที่ 15 กลุ่มเยี่ยมได้ลุ้นจากลูกเตะมุม บอลถูกเปิดยาวเข้าเขตโทษก่อนไปเข้าทาง ยูริ ตีเลมันส์ ได้ยิงเข้ากรอบแต่ บิเซนเต้ ไกวต้า ไม่พลาดโดดปัดเอาไว้ได้

นาทีที่ 32 “หมาจิ้งจอกสีน้ำเงิน” ได้ช่อง เคเลชี่ อิเฮียนาโช่ แย่งบอลจาก โยอาคิม อันเดอร์สังเวย ก่อนหลุดเข้าเขตโทษแล้วซัดตุงตาข่าย เลสเตอร์ ซิตี้ ออกนำ 1-0

นาทีที่ 37 กลุ่มเยี่ยมฝ่าต่อ ฮาร์วี่ย์ บาร์นส์ จ่ายทะลุช่องให้ เจมี่ วาร์ดี้ หลุดเดี่ยวเข้าไปกดไม่เหลือ เลสเตอร์ ซิตี้ หนีเป็น 2-0 พร้อมหมดครึ่งแรกด้วยสกอร์นี้

กลับมาครึ่งหลัง นาทีที่ 52 วิลฟรีด ซาฮา แทงบอลทะลุช่องให้ อ็อดซอนน์ เอดูอาร์ ได้บอลก่อนเลี้ยงตัดเข้ามาในเขตโทษ แล้วล็อคหลบ ยานนิค เวสเตอร์การ์ด ก่อนได้โอกาสยิงบอลผ่านมือ แคสเปอร์ ชไมเคิ่ล ไปแล้ว แต่ไปชนคานอย่างจัง

นาทีที่ 61 เจ้าถิ่นเริ่มครองเกมได้มากขึ้น ไทริค มิทเชลล์ เปิดบอลจากริมเส้นฝั่งซ้ายเข้าเขตโทษ มิเชล โอลิส ตัวสำรองได้ยิงไปติดปราการหลังก่อนยิงซ้ำจังหวะสองทิ่มตาข่ายเข้าไป คริสตัล พาเลซ ไล่มา 1-2
เจ้าของบ้านฝ่าหนัก นาทีที่ 72 มิเชล โอลิส เก็บบอลได้ก่อนเปิดย้อนเข้าเขตโทษแนวรับกลุ่มเยี่ยมสกัดมาเข้าทาง เจ

นำห่าง 2-0 ยังไม่เฮ! เลสเตอร์ เซ็งบุกโดน

ฟฟรีย์ ชลุปป์ โหม่งซ้ำเข้าประตูไป คริสตัล พาเลซ ตามตีเสมอ 2-2

จบเกม คริสตัล พาเลซ เปิดบ้านไล่ตีเสมอ เลสเตอร์ ซิตี้ 2-2 แบ่งกันไปกลุ่มละหนึ่งแต้ม นำมาซึ่งการทำให้ “ดิ อีเกิลส์” มีเพิ่มเป็น 7 คะแนน ขยับรั้งชั้น 14 ตอนที่ “หมาจิ้งจอกสีน้ำเงิน” รั้งชั้น 13 มี 7 แต้ม

รายชื่อผู้เล่นของทั้งคู่กลุ่ม
คริสตัล พาเลซ (4-3-3) : บิเซนเต้ ไกวต้า – โจเอล วอร์ด, โยอาคิม อันเดอร์สังเวย, มาร์ค เกฮี, ไทริค มิทเชลล์ – คอเนอร์ กัลลาเกอร์ (เจฟฟรีย์ ชลุปป์ น.71), ลูก้า มิลิโวเยวิช, เจมส์ แม็คอาร์เธอร์ – จอร์แดน อายิว ( มิเชล โอลิส น.54), อ็อดซอนน์ เอดูอาร์, วิลฟรีด ซาฮา
เลสเตอร์ ซิตี้ (4-4-2) : แคสเปอร์ ชไมเคิ่ล – ทิโมธี ค้างสตานเญ่, ซากลาร์ โซยุยงนชู, ยานนิค เวสเตอร์การ์ด, ไรอัน เบอร์ทรานด์ – อเดโมล่า ลุคแมน (มาร์ก อัลไบรท์ตัน น.80), ยูริ ตีเลมันส์, ฮัมซ่า เชาดูปรี่ (บูบากาปรี่ ซูมาเร่ น.60), ฮาร์วี่ย์ บาร์นส์ – เจมี่ วาร์ดี้, เคเลชี่ อิเฮียนาโช่ (เจมส์ แมดดิสัน น.70)

Leave a Reply

Your email address will not be published.